กฎระเบียบสำหรับธุรกิจ Fintech: ข้อควรรู้ในการดำเนินงานในประเทศไทย

ธุรกิจ Fintech
June 30, 2025

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Fintech (Financial Technology) หรือเทคโนโลยีทางการเงิน ได้นำมาซึ่งนวัตกรรมและบริการที่สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่ระบบการชำระเงินดิจิทัล การกู้ยืมเงินแบบ peer-to-peer (P2P Lending) ไปจนถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจ Fintech ในประเทศไทยไม่ได้ปราศจากกฎระเบียบ เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงทางการเงินและความปลอดภัยของผู้บริโภค การทำความเข้าใจกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ


หน่วยงานกำกับดูแลหลักในไทย

ในประเทศไทย มีหน่วยงานหลักสองแห่งที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลธุรกิจ Fintech คือ:

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): ทำหน้าที่กำกับดูแลระบบการชำระเงิน การโอนเงิน และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน รวมถึงการออกใบอนุญาตผู้ให้บริการระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)
  2. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.): ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น การเสนอขายหลักทรัพย์ดิจิทัล (ICO) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และการลงทุนในกองทุนรวมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล

กฎหมายและกฎระเบียบสำคัญที่ผู้ประกอบการ Fintech ควรรู้

การดำเนินธุรกิจ Fintech ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและปกป้องผู้บริโภค

1. พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ. ระบบการชำระเงินฯ):

  • ครอบคลุม: ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินและโอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ e-Wallet, ตัวแทนรับชำระเงิน หรือบริการรับโอนเงิน
  • ข้อกำหนด: ผู้ประกอบการต้องยื่นขอใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนกับ ธปท. ให้ถูกต้องตามประเภทธุรกิจที่ให้บริการ เช่น บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money), บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และบริการรับรองความถูกต้องของการทำรายการ (e-Authentication)

2. พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ):

  • ครอบคลุม: ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange), นายหน้า (Broker) และผู้ค้า (Dealer)
  • ข้อกำหนด: ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยผ่านการพิจารณาจาก ก.ล.ต. มีการกำหนดหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย การคุ้มครองผู้ลงทุน และการป้องกันการฟอกเงินอย่างเข้มงวด

3. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ หรือ PDPA):

  • ครอบคลุม: การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภค
  • ข้อกำหนด: ธุรกิจ Fintech มีหน้าที่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลอย่างชัดเจนก่อนนำข้อมูลไปใช้ มีการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบหากเกิดการรั่วไหลของข้อมูล

4. มาตรการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (CFT):

  • ครอบคลุม: ธุรกิจทางการเงินทุกประเภท รวมทั้ง Fintech
  • ข้อกำหนด: ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เช่น การแสดงตนของลูกค้า (Know Your Customer – KYC) การตรวจสอบสถานะลูกค้าอย่างต่อเนื่อง (Continuous Customer Due Diligence) และการรายงานธุรกรรมต้องสงสัยให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทราบ

ความสำคัญของ Regulatory Sandbox

เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน Regulatory Sandbox หรือ “แซนด์บ็อกซ์” จึงถูกนำมาใช้ในประเทศไทยโดย ธปท. และ ก.ล.ต.

  • คืออะไร? เป็นสภาพแวดล้อมที่ควบคุมและจำกัดขอบเขต สำหรับให้ผู้ประกอบการ Fintech สามารถทดสอบนวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ภายใต้การกำกับดูแลที่ผ่อนปรนในระยะเวลาหนึ่ง
  • ประโยชน์: ช่วยลดความเสี่ยงจากการนำนวัตกรรมออกสู่ตลาดโดยไม่มีการทดสอบที่เพียงพอ, ช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถศึกษาและทำความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นกฎหมายและข้อบังคับที่เหมาะสมต่อไป

สรุป

การดำเนินธุรกิจ Fintech ในประเทศไทยเต็มไปด้วยโอกาส แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด การทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ระบบการชำระเงิน พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมาตรการป้องกันการฟอกเงิน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการที่สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ได้อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค และมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

Tags: